ครูจุ๋ม เปิดใจ พร้อมเตรียมแจ้งความกลับ

จากกรณี ครูพี่เลี้ยงคนหนึ่ง ทำร้ายร่างกายเด็กที่โรงเรียนสารสาสน์ ราชพฤกษ์ จนทำให้ผู้ปกครองต้องออกมารวมตัวกันแจ้งความจับครูคนนี้ และพี่เลี้ยง จำนวน 11 คน มารับทราบข้อกล่าวหา โดยพบว่ามีการทำร้ายเด็กจำนวน 30 คน โดยล่าสุดพบว่า วานนี้(4ต.ค.63) ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทนายความของโรงเรียนในเครือสารสาสน์อย่างเป็นทางการ

เดินทางมายังโรงพักพร้อมด้วย น.ส.อรอุมา ปลอดโปร่ง หรือครูพี่เลี้ยงจุ๋ม เพื่อแจ้งความ นายชาญวิทย์ น้อยสุขยิ่ง อายุ 37 ปี และภรรยา ซึ่งเป็นผู้ปกครองน้องเสือ ที่เข้าทำร้ายร่างกายครูพี่เลี้ยงจุ๋มเมื่อวันที่ 25 ก.ย.63 ในงานประชุมผู้ปกครองที่รร.สารสาสน์ วิเทศ ราชพฤกษ์ หลังเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่ลูกโดนทำร้าย

โดย น.ส.อรอุมา ปลอดโปร่ง หรือ ครูจุ๋ม ได้เดินทางมาพร้อมทนายเดชา พร้อมกล่าวว่า ตนขอโทษผู้ปกครองและนักเรียนทุกคน ขอโทษผู้บริหารโรงเรียนสารสาสน์ทุกคน ตนรับสารภาพว่าทำร้ายร่างกายเด็กจริงเพราะตนเกิดความเครียด ตอนนี้ตนรู้สึกผิดมาก ตนต้องขอโทษสังคม ส่วนเรื่องคดีความก็ให้ว่าไปตามกฏหมาย

ตนทำผิดก็ขอยอมรับผิด และในตอนนี้ตนก็ไม่ได้ติดต่อกับผู้ปกครองคนไหนเลย สภาพจิตใจตนตอนนี้ยังไม่โอเคเท่าไหร่ ยังรู้สึกเครียดอยู่ อันไหนที่ตนผิดก็ยอมรับผิด

ทางด้านทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ กล่าวว่า วันนี้ตนมาในนามโรงเรียนอย่างเป็นทางการ ตามที่พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกไป ซึ่งในวันนี้ตนได้พาครูจุ๋มที่ถูกทำร้ายร่างกาย มาแจ้งความดำเนินคดีตามกฏหมาย ซึ่งในคดีนี้ตนต้องว่าไปตามหลักฐานที่มี ใครผิดก็ว่าไปตามหลักฐาน

วันนี้นำหลักฐานมายื่นให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับผู้ปกครองสองคนที่ทำร้ายร่างกายครูจุ๋มตามที่ปรากฏในคลิปเมื่อวันที่ประชุมที่โรงเรียน ซึ่งในตอนนี้ตนรับผิดชอบทุกคดีของโรงเรียนสารสาสน์ราชพฤกษ์ทั้งหมด ซึ่งตอนนี้มีประมาณ 30 คดีแล้ว มีครูต้องเป็นผู้ต้องหา 13 คน ซึ่งในฐานะที่มาดูแลในเรื่อง คดีก็ว่าไปตามพยานหลักฐาน ว่ากันที่ศาล

ในเบื้องต้นทางทนายเดชาได้รับมอบหมายจากผู้บริหารเครือสารสาสน์ให้รับผิดชอบด้านคดีของโรงเรียนสารสาสน์ราชพฤกษ์อย่างเป็นทางการ ในคดีที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยตนจะขอตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมด ที่ทางผู้ปกครองได้แจ้งความดำเนินคดีไว้ ทุกอย่างว่ากันไปตามความจริงถ้าครูหรือพี่เลี้ยงคนไหนรับสารภาพก็ให้ดำเนินคดีไป ส่วนคนไหนที่ไม่ผิดก็แก้ต่างกันในชั้นศาลตามข้อเท็จจริง

ทั้งนี้คดีนี้จะจบลงอย่างไร ต้องรอติดตามกันต่อไป แต่ทางผู้ปกครองที่ลูกถูกทำร้ายยังมีเข้าแจ้งความเรื่อยๆ