จุ๋ม ยอมรับไม่ได้จบครู

เรียกได้ว่าเป็นคลิปที่สะเทือนใจผู้ปกครองเป็นอย่างมากเมื่อเห็นสิ่งที่คุณครูทำกับลูกตัวเองที่โรงเรียน ที่ผู้ปกครองจ่ายค่าเทอมแพงๆ และไว้ใจฝากลูกหลานให้โรงเรียนดูแล จากกรณีกลุ่มผู้ปกครองของนักเรียนชั้นอนุบาล 1 โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งย่านราชพฤกษ์ ส่งคลิปวงจรปิดในห้องเรียนของบุตรหลานมาให้กับทีมข่าว โดยระบุว่าบุตรหลานถูกคุณครูใช้ความรุนแรง และเข้าแจ้งความเรียบร้อยแล้วนั้น ล่าสุด วันที่ 26 ก.ย. 63 โรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี มีการออกแถลงการณ์ไล่ออกครูจุ๋มแล้วนั้น


ครูจุ๋มทำโทษเด็กอย่างทารุณ


จิตใจเด็กย่ำแย่ กลายเป็นแผลใจจนเติบโต

ครูจุ๋ม อายุ 30 ปี เปิดใจ ด้วยสีหน้าเศร้า กล่าวยอมรับว่าได้กระทำความรุนแรงทำร้ายร่างกายเด็กจริง เนื่องจาก 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีความเครียดเกี้ยวกับเรื่องแม่ป่วยเบาหวาน ความดัน และโรคไต อีกทั้งต้องดูแลเด็ก 32 คนถือว่ามีจำนวนเยอะ ประกอบกับเด็กนักเรียนไม่ฟัง และทำงานไม่ทัน เนื่องจากการเรียนการสอนของเด็กอนุบาลต้องใช้สมุดงานเขียนเยอะ

เครียดงานเลยมาลงที่เด็ก งงสังคมทำไมไม่เข้าใจ

ขณะเดียวกัน ตนทำรุนแรงกับเด็ก รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่ทุกครั้งที่กระทำจะไม่รุนแรงถึงขั้นเลือดตกยางออก ตนยอมรับผิดที่เอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงาน แต่สิ่งที่กระทำลงไปเกิดจากความเครียดสะสม ไม่สามารถพูดคุยระบายความในใจกับใครได้ ตนไม่เคยมีพฤติกรรมที่ต้องการใช้ความรุนแรง ส่วนประเด็นที่ถูกผู้ปกครองอ้างว่ามีเด็กอ้วกแล้วตนโกยอ้วกให้เด็กทานเข้าไปอีกครั้งนั้น ไม่ใช่ความจริง ยืนยันว่าตนไม่เคยทำหลังจากเกิดเรื่องตนได้ถูกไล่ออกจากทางโรงเรียนแล้ว ถือว่าโรงเรียนทำถูกต้องแล้ว


ก็ไม่ได้ทำอะไรมากปะคะ


สอนเด็กเล็กมันเหนื่อย บวกกับที่บ้านกำลังมีปัญหา

และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นขอให้เป็นความผิดของตนเพียงคนเดียว ไม่เกี่ยวกับโรงเรียน ส่วนเรื่องจะรับผิดชอบต่อครอบครัวของเด็กอย่างไรนั้น ให้ผู้ปกครองดำเนินคดีตนตามกฎหมายได้เลย เพราะตนผิดจริง ทั้งนี้ ตนได้เข้าไปขอโทษกับผู้ปกครองของเด็กนักเรียนแล้ว ถึงแม้ว่ากลุ่มผู้ปกครองจะบอกว่าตนไม่ขอโทษจากใจจริง ตนก็ไม่ถือโทษโกรธ และขอย้ำว่า ตนขอโทษด้วยใจจริง ขณะนี้ตนอยากได้คำว่าให้อภัยจากปากของกลุ่มผู้ปกครอง แต่เข้าใจว่าคงจะไม่ได้รับ

ขอโทษแล้วสังคมจะอะไรกันนักหนา

กระแสสังคมที่เข้ามานั้นราวกับไม่อยากให้ตนมีพื้นที่ยืนในสังคม ตนขอไม่อยู่ก็ได้ สิ่งที่ทำไปตนเลวร้ายมากเกินไปหรือ สภาพจิตใจตนย่ำแย่ ทุกอย่างโหมเข้ามาจนไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว กระแสสังคมที่เข้ามานั้นราวกับไม่อยากให้ตนมีพื้นที่ยืนในสังคม ตนขอไม่อยู่ก็ได้

ตัดพ้อสังคม

เช้าที่ผ่านมาได้คุยกับแม่ว่าหากไม่มีตน แม่จะอยู่ได้หรือไม่ ซึ่งแม่ก็บอกว่าอยู่ไม่ได้ ทำให้ตนเสียใจ ถึงแม้ครอบครัวและเพื่อนจะให้กำลังใจ แต่ตนหาทางออกไม่ได้ เรื่องที่เกิดขึ้นหากย้อนกับไปได้ตนไม่อยากให้เกิดขึ้น ถือว่าเป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต ต่อไปนี้ยังไม่ได้วางแผนชีวิตว่าจะดำเนินไปในทิศทางใด แต่คงไม่ทำอาชีพครูแล้ว อย่างไรก็ตาม ตนขอโทษสังคม ขอโทษทุกคนที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น”


ไม่อยากอยู่แล้ว บีบน้ำตาร้องไห้ คนไทยลืมง่าย เดี๋ยวก็ใจอ่อน


ครูจุ๋มงง พ่อแม่เด็กทำเกินกว่าเหตุไปมั้ย แค่นี้ทำไมต้องไล่ออก

นอกจากนี้ ตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา ตนยังไม่ได้ทานข้าวทานน้ำ บางเวลาร้องไห้ และยอมรับว่าไม่ได้จบครูจริง จบเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เท่านั้น ก่อนหน้าที่จะเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ทำงานร้านสะดวกซื้อมาก่อน มีคนแนะนำให้ไปสมัครเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ซึ่งพี่เลี้ยงเด็กไม่จำเป็นต้องใช้วุฒิปริญญาตรี