แม่แฉซ้ำอีก ลูกถูกครูอีกคนโรงเรียนเดียวกับครูจุ๋ม ใช้ด้ามที่ตักขยะตี

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 63 สืบเนื่องจากกรณีที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในโลกออนไลน์ หลังจากกลุ่มผู้ปกครองเด็กอนุบาล3 ขวบ เข้าแจ้งความที่ สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี ให้ดำเนินคดีกับครูจุ๋ม ครูอัตราจ้าง โรงเรียนแห่งหนึ่ง ย่านชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี ซึ่งมีพฤติกรรมทำร้ายร่างกายเด็กอายุ3 ขวบ โดยนำคลิปวีดีโอจากกล้องวงจรปิดที่ทางโรงเรียนติดไว้ในห้องเรียน อนุบาล 1 อีพี (Ep) มาเป็นหลักฐาน ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น

โดยเหตุการณ์ในคลิปดังกล่าวปรากฎภาพ ครูสาว ได้กระทำรุนแรงต่อเด็ก 3 ขวบ โดยน้องนั่งเรียนหนังสือเฉยๆ แต่ถูกครูดึงหูกระชากด้วยความรุนแรง จากนั้นก็ไปทำกับเด็กคนอื่นอีกที่เป็นผู้หญิง กดหัวเด็กไว้ที่โต๊ะหลายครั้งแล้วก็ ทำอย่างต่อเนื่องกับเด็กคนอื่นไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังมีทั้งการลากเด็กไปมากับพื้นไปฟาดกำแพง ผลักเด็กล้มทั้งยืน โดยที่สังเกตเห็นได้ชัดว่าเด็กตกใจกลัวอย่างหนัก ซึ่งจากกรณีดังกล่าวส่งผลให้ในโลกโซเชียลมีการแชร์คลิปพฤติกรรมของครู ที่ทำกับเด็ก 3 ขวบ อย่างแพร่หลาย

ล่าสุดน.ส.จิรภา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี แม่ของ ด.ญ.อ้อย อายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.2 โรงเรียนดังกล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้ไปรับลูกที่โรงเรียนแล้วลูกบอกว่าถูก ครูบลู อายุ 23 ปี ครูผู้ชาย ซึ่งสอนดนตรีคีย์บอร์ด ใช้ด้ามพลาสติกที่ตักขยะตีมือเด็กนักเรียนทั้งห้อง จำนวน 39 คน จนด้ามพลาสติกแตก อ้างเด็กนักเรียนคุยกันเสียงดัง

ส่วนลูกสาวไม่รู้เรื่องไปเข้าห้องน้ำกลับมายังถูกตีไปด้วย หลังเกิดเหตุวันที่ 19 ส.ค. ตนพร้อมด้วยผู้ปกครอง 7 คน ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ณัฐพล ดวงสุริยา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี ให้ดำเนินคดีกับ ครูบลู แล้ว

น.ส.จิรภา กล่าวต่อว่า หลังจากที่ไปแจ้งความทาง ผอ.โรงเรียน ได้มาไกล่เกลี่ย ขอโทษผู้ปกครอง พร้อมขอร้องไม่ให้แจ้งนักข่าว โดยได้แจ้งว่า ครูคนดังกล่าวเป็นศิษย์เก่าที่เรียนจบไป แต่มีความสามารถในการสอนดนตรี จึงรับเข้ามาสอน ซึ่งทางโรงเรียนได้ไล่ออกไปแล้ว ในส่วนเด็กนักเรียน ทางโรงเรียนจะเยียวยาจิตใจดูแลเด็กด้วยการสั่งซื้อไอศกรีมให้รับประทาน ให้เด็กดูหนังการ์ตูน พร้อมทั้งให้เรียนพิเศษฟรี 3 เดือน

แต่ตนคิดว่าอันนี้มันคือปลายเหตุแล้ว ตนและผู้ปกครองคนอื่นๆ ต้องการความรับผิดชอบมากกว่านี้เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย โดยเสนอให้ทางโรงเรียนติดกล้องวงจรปิดภายในห้องเรียนและพื้นที่โรงเรียนด้วย ส่วนคดีก็ว่ากันไปตามกฎหมาย แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเกิดเหตุซ้ำซึ่งห่างกันไม่ถึงเดือน โชคดีที่มีกล้องวงจรปิดและเห็นพฤติกรรมครูที่ทำกับเด็กอนุบาล

ตนอยากให้ทางโรงเรียนก่อนจะรับครูเข้ามาสอนเด็กควรมีการตรวจสอบว่ามีใบประกอบวิชาชีพครูหรือไม่ ไม่ใช่รับบุคคลทั่วไปเข้ามาสอนเด็ก แต่ทางโรงเรียนก็ไม่ได้ทำตามที่เรียกร้องไป จะให้ผู้ปกครองมาคอยนั่งตรวจสอบเองมันก็ไม่ใช่ ส่วนเรื่องคดีนั้นในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ทางสำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี ได้เรียกผู้ปกครองและเด็กนักเรียนไปสอบปากคำกับสหวิชาชีพ ซึ่งตนพร้อมผู้ปกครองเด็กทั้ง 7 ราย ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด