พ่อรอง ทวงสัญญา แม่ทุม หวังให้ฟื้นขึ้นมา

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ เมื่อช่วงเวลา 02.25 น. ของวันที่ 7 ก.ย. 2563 แม่ทุม ได้จากไปสงบที่โรงพยาบาล ในวัย 72 ปี ทางครอบครัวได้จัดพิธีรดน้ำศพ และตั้งบำเพ็ญกุศลที่ ศาลา 2 วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน โดยก่อนจะมีพิธีรดน้ำศพ ยุ้ย ปัทมวรรณ ลูกสาว และพ่อรอง เค้ามูลคดี ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า

ยุ้ย กำหนดการรดน้ำศพคุณแม่ตอน 4 โมงเย็นวันนี้ สวดพระอภิธรรมศพ 6 โมงเย็นค่ะ วันที่เหลือสวดตอน 18.30 น. ค่ะ

พ่อรอง เขาหลับไปอย่างสบายๆ ตอน ตี 02.25 น.

มีสัญญาณอะไรบอกไหม ก่อนที่แม่ทุมจะจากไป

พ่อรอง เขารู้กันหมด แต่เขาปิดไม่ให้พ่อรู้

ยุ้ย คุณพ่อไม่ทราบค่ะ คือช่วงก่อนหน้านี้ประมาณ 5 ถึง 6 วัน คุณแม่เริ่มทรุดเยอะมาก เข้าไปผ่าตัด และโน่นนี่นั่นหลายอย่าง ทางโรงพยาบาลก็ได้คุยกับเราว่าให้เราเตรียมพร้อมเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เอกสาร อะไรทุกอย่าง แต่เราไม่ได้บอกคุณพ่อ ขนาดไม่บอกอยู่ๆ พ่อก็วูบ จนถึงตอนนี้พ่อเพิ่งจะได้รู้ พ่อคงรู้สึกว่าทำไมวันนี้คุณแม่ไปปุ๊บ ทุกอย่างพร้อมหมด คือเราเก็บไว้เพราะเราห่วงคุณพ่อ

คือเราตั้งใจว่าจะไม่บอกคุณพ่อ แค่บอกพ่อว่าแม่ตรวจเจอนิ่วและไปผ่าตัดเอานิ่วออก แต่ก็ไม่ได้บอกสัญญาณอะไรมากกว่านั้นค่ะ ถามว่าช่วงที่ทรุดมีอาการแทรกซ้อนไหม ด้วยความที่คุณแม่อยู่โรงพยาบาลมา 7 ปีกว่า ด้วยโรคที่คุณแม่เป็น เท่านี้ถือว่านานมากแล้วจริงๆ อวัยวะต่างๆ ก็ไม่ค่อยทำงานแล้ว เริ่มไม่ถ่าย ไม่ปัสสาวะ ตัวเริ่มบวม ตัวเหลือง ความดันลง ก็มีหลายๆ สัญญาณมากๆ ที่ไม่โอเคแล้ว แต่คุณพ่อจะรู้แค่ว่าเป็นนิ่วค่ะ

พ่อรอง พ่อไปเยี่ยมแม่ครั้งล่าสุด ก่อนที่พ่อเข้าโรงพยาบาล

ยุ้ย ก่อนคุณพ่อเข้าโรงพยาบาล คุณพ่อถ่ายละครติดกัน 3 วัน เป็นช่วงที่คุณแม่ทรุด 3 วัน แล้วคุณแม่ก็ดีขึ้นมานิดนึง ก่อนวันที่คุณพ่อจะเข้าโรงพยาบาล และในวันที่คุณพ่อวูบแล้วเราพาคุณพ่อไปส่งโรงพยาบาล กำลังจะเข้าห้องฉุกเฉิน พี่ชายโทรมาบอกว่าทางโรงพยาบาลโทรมาบอกว่าคุณแม่ทรุด

ในขณะนั้นคุณพ่ออยู่ห้องฉุกเฉิน เรารู้สึกว่าวันนั้นมันค่อนข้างหนักมากสำหรับเรา สองคนเราไม่ได้ แต่วินาทีนั้นเราอยากให้คุณพ่อแข็งแรงก่อน เพราะเราค่อนข้างทำความเข้าใจกับโรคของคุณแม่มาระยะหนึ่งแล้ว แต่หลังจากที่คุณพ่อออกจากโรงพยาบาล คุณแม่ก็เหมือนจะอาการดีขึ้น จากที่ปลุกไม่ตื่นมาหลายวัน ก็ลืมตา แต่หลังจากที่ดีขึ้นวันนั้นรุ่งขึ้นท่านก็ไม่อยู่แล้วค่ะ

ไปหา แม่ทุม ทันไหม ก่อนที่ท่านจะจากไป

พ่อรอง ไปทัน ไปถึงก่อนเป็นชั่วโมง ก็ร่ำลา บอกเขาว่า พ่อรักแม่ที่สุด หอมแก้มเขา เมื่อกี้ (ที่วัด) ก็หอมแก้มเขา พอแต่งหน้าเสร็จก็บอกเขาว่า แม่ไม่รักษาคำพูดกับพ่อเลยนะ แม่บอกแม่จะไม่ทิ้งพ่อ แล้วแม่ทิ้งพ่อไปทำไม (เสียงสั่นเครือ) วันที่วูบ ก็ไม่มีสัญญาณอะไร

เห็นบอกว่ามีลางบอกเหตุ ไฟไหม้ห้องพระที่บ้าน

พ่อรอง ไฟไหม้นั่นอาจจะเป็นอุบัติเหตุ แต่ก็ไม่เข้าใจ เพราะระหว่างเทียนที่ตั้งกับพาน อยู่ในห้องนี้มาเป็น 10 ปี เราก็สวดมนต์ทุกวัน ก็ไม่เคยเป็นอะไร วันนั้นพอสวดมนต์เสร็จ ก็นั่งสมาธิ พอนั่งสมาธิลูกสาวบอกคุณพ่อไฟไหม้ เราก็ลืมตา ไฟกำลังลุกต่อหน้าเราเลย ก็รีบดับ ก็งงว่าเกิดขึ้นได้ยังไง เกิดขึ้นเมื่อวานนี้

ยุ้ย เรื่องการดูแลสภาพจิตใจคุณพ่อ จริงๆ ดูแลมาตั้งแต่ก่อนที่จะมาถึงวันนี้แล้ว แต่ก็ต้องให้คุณพ่อให้ความร่วมมือด้วย เพราะบางทีเขาหายปุ๊บก็จะไปหาคุณแม่ อย่างวันที่ท่านถ่ายละครหนักๆ กลับมานอนหลับที่เก้าอี้ ตัวเองไม่ไหวแล้ว แต่พอเราไปปลุกให้ไปนอนที่เตียง พ่อก็บอกว่าไม่นอนแล้วๆ จะไปหาแม่แล้ว

เราก็รู้สึกว่ามันเช้ามาก ไม่ต้องไปตอนนี้ แล้ววันรุ่งขึ้นพ่อก็วูบ ตอนนี้เราบอกทุกคนว่าไม่ให้พ่อเดินไปไหนคนเดียว วันไหนที่เราไปทำงานก็สั่งลูกสาวไว้ว่า บอกคุณตานะว่าจะไปไหนให้เรียกหนู ตอนนี้ถ้าใครว่างก็ดูแลคุณพ่อค่ะ ถ้าเราถ่ายละครก็ต้องโทรหาใครสักคนให้อยู่กับคุณพ่อ

ตอนนี้สุขภาพ พ่อรอง เป็นอย่างไรบ้าง

พ่อรอง ไม่เป็นอะไรหรอก วันนั้นพักผ่อนไม่พอ คุณหมอก็เตือนเรื่องการพักผ่อน เดี๋ยวคุณหมอจะนัดไปตรวจหัวใจอย่างเต็มที่ จะได้รู้ว่าเป็นอะไร แต่วันนั้นหมอที่เช็ก เป็นคุณหมอที่ผ่าตัดหัวใจ คุณสุประวัติ ปัทมสูต และเป็นเจ้าของไข้พ่อพอดี เขาตรวจก็บอกว่าเราแข็งแรงดี ก็บอกให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลภูมิพลให้รู้ไปเลย ให้เช็กให้ละเอียด

คุณพ่อให้ความร่วมมือใช่ไหม

พ่อรอง แล้วแต่อารมณ์เหมือนกัน รู้ว่าเขาเป็นห่วง แต่บางทีลูกก็ไม่เข้าใจเรา แต่พ่อก็ไม่พูดอะไร บางวันพ่อก็ไม่ออกจากห้อง

ณ วันนี้หลายคนมองว่า พ่อรองและแม่ทุม คือคู่รักตัวอย่าง

พ่อรอง ดีใจที่เขาได้ทำความดีจนวินาทีสุดท้าย ที่ทุกคนชื่นชมว่าเป็นคู่รักตัวอย่าง มันไม่ได้จากพ่อแต่เป็นจากแม่ทุมทั้งนั้น

อยากทำอะไรเพื่อ แม่ทุม เป็นครั้งสุดท้ายไหม

พ่อรอง ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว ถ้าอยากทำ คืออยากให้เขาฟื้น แต่มันทำไม่ได้แล้ว ปาฏิหาริย์ไม่มีแล้ว ตอนนี้ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด พยายามนึกกันอยู่ว่า แม่ทุมชอบอะไร ก็พยายามจะทำให้เขา

แม่ห่วงอะไรบ้างไหม

ยุ้ย คุณแม่ห่วงทุกคนในครอบครัวมากกว่าตัวเองมาโดยตลอด แต่เราไม่ได้สื่อสารกับคุณแม่เลย เพราะแม่ไม่พูดกับเรามาสักระยะนึงแล้ว ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าแม่คิดอะไร ต้องใช้ช่วงเวลาสุดท้าย ที่ได้คุยกับคุณแม่ก่อนที่ทุกอย่างจะเป็นศูนย์ เราก็พยายามบอกว่าไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว (น้ำตาคลอ) คุณแม่เป็นต้นแบบในความสู้ค่ะ อยู่ตรงนี้สู้มาจะ 8 ปีแล้ว วันนี้คุณแม่สู้ถึงที่สุดแล้วค่ะ เราแข็งแรงแค่ไหน ก็ไม่ได้ครึ่งของแม่เลยจริงๆ

จะขอพระราชทานเพลิงศพไหม

พ่อรอง ถ้ามีโอกาสเราก็อยากทำ แต่จะมีเวลาหรือเปล่า ใครๆ ก็อยากได้เป็นเกียรติยศแก่วงศ์ตระกูล (กำลังดำเนินการ?) มาอยู่ตรงนี้กันหมด ใครจะดำเนิน

วางแผนจะไปลอยอังคารที่ไหน

ยุ้ย ไปที่สัตหีบ คุณแม่ชอบทะเล

พ่อรอง และตรงนั้นลูกชายคนโตที่เสียไปแล้วก็อยู่ที่นั่น แม่ของพ่อก็อยู่ที่นั่น พี่ชายของพ่อก็อยู่ตรงนั้น ให้เขาไปอยู่ด้วยกันตรงนั้น