รพ.รามาฯ งัดเอกสารเด็ด ตอกหน้าคดี บอส อยู่วิทยา

ยังคงได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง จากกรณีสำนักอัยการสูงสุด มีคำสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหาในคดีขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายฯ หลังขับรถหรูชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสิรฐ ผบ.หมู่งาน ป. สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อปี 2555 ต่อมานายวรยุทธ ได้หลบหนีคดี 8 ปี กระทั่งปรากฏเอกสารจาก สน.ทองหล่อ ว่า คดีนี้จบลง เนื่องจากอัยการไม่ส่งฟ้องผู้ใด ทำให้นายวรยุทธ อยู่วิทยา สามารถกลับประเทศไทยได้

ต่อมาเกิดประเด็นดราม่าขึ้นมาอย่างหนัก โดยมองว่ากรบวนการยุติธรรมของไทยกำลังเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ โดยไม่พอใจเป็นอย่างมากจึงเกิดวลี”คุกมีไว้ขังคนจน”ซึ่งแน่นอนว่า ทางตำรวจก็ออกมาแถลงว่าของร้องอย่าใช้คำนี้เลย และระบุด้วยว่า คดีนี้สิ้นสุดแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

แต่แล้ววันนี้ 30 ก.ค.2563 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ครั้งที่ 2/2563 ว่า วันนี้หลายเรื่อง ทุกคนทราบดีว่ามีปัญหา ตนในฐานะกำกับดูแล สตช.ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่ให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ ให้ความเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่เป็นคนไทย อยู่ในประเทศไทยต้องเคารพกฎหมายทุกฉบับที่มีอยู่ในปัจจุบัน ต้องปฏิบัตงานด้วยความระมัดระวัง ถูกต้องชอบธรรม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า หลายคนทราบดีว่ากฎหมายมี แต่ยังฝ่าฝืนกันอยู่ ก็จำเป็นต้องมีการดำเนินการในหลายกรณีที่เกิดขึ้น เพราะกฎหมายเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้ทุกอย่างสงบเรียบร้อย เพื่อคนในชาติของเรา ซึ่งมีกว่า 60 ล้านคน หากบ้านเมืองไม่มีเสถียรภาพ มีปัญหามาก สิ่งต่าง ๆ ที่จะพัฒนาและทำเพื่ออนาคต ก็ทำไม่ได้ รวมทั้งปัญหาเดิม ๆ ก็ต้องพยายามแก้ไขให้ได้ ปัญหาใหม่ก็ต้องลดให้น้อยที่สุด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ฝากขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนด้วย

“ในเรื่องคดีที่มีปัญหาเกิดขึ้น คือคดีของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส กระทิงแดง จากเหตุการณ์ชนแล้วหนี ก่อนที่เจ้าตัวจะหลุดทุกคดีนั้น ขอให้ใจเย็น ๆ นิดนึง รอผลการตรวจสอบของคณะกรรมการทั้ง 3 คณะ ซึ่งมีกำหนดเวลาในการพิจารณาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นอัยการ ศาล หรือของสตช. โดยต้องดูความเป็นมา และข้อกฎหมายหลายตัว”

ขณะเดียวกัน ตนได้ตั้งคณะทำงานไปแล้ว ซึ่งมีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน และมีคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายอยู่ด้วย ซึ่งต้องดูขั้นตอนต่าง ๆ เหล่านี้เกี่ยวข้องกันอย่างไร รวมถึงย้อนกลับไปดูต้นทางอีกครั้ง มีปัญหาตรงไหนอย่างไร เพราะต้องแก้ทั้งระบบด้วยเพื่อให้เกิดความชอบธรรมให้มากที่สุด ได้รับการยอมรับเชื่อมั่น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนได้ย้ำในที่ประชุมไปว่าตำรวจเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม ฉะนั้นการทำคดี จัดทำสำนวนต่างๆจะต้องรอบคอบ ระมัดระวัง ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้การกระทำความผิดต่างๆได้รับการละเว้น อะไรต่างๆเหล่านี้ ที่มีหลายกลไกด้วยกัน ตนขอเรียนเพียงเท่านี้

แต่แล้ว ทวิตเตอร์ก็รุกเป็นไฟอีกครั้ง เมื่อพยานปากเอกของคดีนี้ เสียชีวิตกระทันหัน จึงเกิดคำถามว่ามีเงื่อนงำอะไรบางอย่างหรือไม่???มีรายงานว่า นายจารุชาติ มาดทอง หนึ่งในพยานปากสำคัญคดี นายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ขับรถหรูชนตำรวจเสียชีวิต เมื่อปี 2555 ได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (30ก.ค.) เวลา 01.00 น. จากอุบัติเหตุ ถูกรถชนที่ จ.เชียงใหม่ โดยญาติกำลังเดินทางไปรับศพ ที่โรงพยาบาลสวนดอก จ.เชียงใหม่ ซึ่งนายจารุชาติ ถือเป็นหนึ่งในประจักษ์พยาน ที่อ้างเห็นเหตุการณ์ในคดีนายวรยุทธ ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต เมื่อปี 2555 จนทำให้อัยการไม่สั่งฟ้องคดี ทั้งนี้ ในสำนวนระบุว่า นายจารุชาติ เข้าให้ปากคำวันเดียวกับ ทหารอากาศยศ พลอากาศโท วันที่ 4 ธ.ค. 2562 ยืนยันว่า เป็นผู้เห็นเหตุการณ์ ว่านายวรยุทธขับรถด้วยความเร็วแค่ 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้านลูกสาว ของนายจารุชาติ​ เปิดเผยว่า วันนี้เดินทาง มารับศพคุณ​พ่อ ซึ่งไม่ได้เจอกันมานานหลายเดือน ล่าสุดที่เจอกันก็คือวันเกิดของตนเอง เมื่อเดือนมิถุนา​ยนที่ผ่าน​มา และเป็นครั้งเดียว​ที่เจอกัน เพราะคุณ​พ่อทำงานไม่เป็นหลักเป็นแหล่ง ล่าสุดก็เพิ่งไปทำงานที่ไต้หวันอยู่ 3-4 ปี จนกลับมาทำงานที่​เชียงใหม่​ และมาเสียชีวิต​ใน​ที่สุด ส่วนเรื่องคดีที่พ่อมีส่วนเกี่ยวข้อง​ ยอมรับว่าไม่ทราบเลยเพราะพ่อไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง และไม่เคยรู้ว่าพ่อไปเป็นพยานในคดีต่างๆ ด้านญาติ​ (ไม่ขอเปิดเผย​ชื่อ)กล่าวว่า ผู้ตายเป็นญาติข้างบ้าน ทำงานไม่เป็นหลักแหล่ง เมื่อก่อนทำงานอยู่กรุงเทพ​ และ 3-4 ปีหลัง ได้ไปทำงานที่ไต้หวัน จนล่าสุดทราบข่าวว่ามาทำงานในจังหวัด​เชียงใหม่​ เป็นพ​นักงาน​ขับรถ แต่ก็ไม่ทราบว่าทำงานที่ไหน และลักษณะ​งานเป็นอย่างไร ส่วน​เรื่องอุบัติเหตุ​ก็ยังไม่ทราบรายละเอียด​ รู้แต่เพียง​ว่า​ต้องมารับศพ

แน่นอนว่า โซเชียลก็ม่ยอม ตั้งคำถามกลับไปที่ตำรวจ ว่า เอกสารมันชัดขนาดนี้ แต่ทำไมยังหลุดคดี ทำไมพนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการ ไม่ตั้งข้อหาเสพโคเคน ซึ่งเป็นสารเสพติดประเภท2 และไม่ดำเนินคดีข้อหาขับรถโดยเสพสารเสพติดประเภท2 ในคดีนี้ตั้งแต่แรก ของการดำเนินคดี ทั้งที่ผลตรวจพบร่องรอบการเสพอย่างชัดเจน

ในจดหมายเปิดผนึก ถึงอัยการสูงสุด และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จากโรงพยาบาลรามาธิบดี ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2555 ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้

ภาควิชาพยาธิวิทยา ขอแจ้งเกี่ยวกับสารแปลกปลอม ที่พบในร่างกาย ของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ตามที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ ขอทราบข้อมูลดังต่อไปนี้

1. Alprazolam (อัลพาโซแลม) เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 4 ตาม พ.ร.บ. วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทฯ โดยทางการแพทย์อาจใช้เป็นยานอนหลับ หรือยาแก้โรคทางจิตประสาท และสามารถพบในปัสสาวะได้นานถึง 3-5 วัน หลังเสพ

2. Benzoyleegorine เป็นสารที่เกิดขึ้นในเลือด ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย (Metabolism) หลังจากการเสพ Cocaine (โคเคน) ซึ่ง Cocaine เป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ โดย Cocaine ปกติจะไม่พบปนอยู่ในยา หรืออาหาร และสามารถอยู่ในเลือดได้นานถึง 18-28 ชั่วโมงหลังเสพ

3. Cocacthylene เป็นสารที่เกิดขึ้นในเลือด ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย (Metabolism) หลังจากการเสพ Cocaine ร่วมกับแอลกอฮอล์

4. Caffeine (กาเฟอีน) ไม่เป็นยาเสพติดให้โทษตาม พ. ร. บ.ยาเสพติดให้โทษ และไม่เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทตาม พ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทฯ โดยเป็นสารที่พบได้ในชา กาแฟ เครื่องดื่มบำรุงกำลัง น้ำอัดลมชนิดน้ำคำ เป็นต้น และสามารถพบในปัสสาวะได้นานถึง 2-3 วัน หลังเสพ

จึงเรียนมาเพื่อทราบ และแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบต่อไป

ลงชื่อ ผศ.พลอากาศตรี นายแพทย์ วิชาญ เบี้ยวนิ่ม หัวหน้าสาขาวิชานิติเวชวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา

ขอบคุณ ทีนิวส์