อัยการวิเคราะห์ความยากคดีน้องชมพู่ เชื่อตร.มีแผนจับคนร้ายที่แยบยล ลั่นไม่มีแพะแน่

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก สำหรับเหตุการณ์ของน้องชมพู่หายตัวจากบ้านไป จนเจ้าหน้าที่ไปพบร่างของน้องชมพู่ที่บนเขา ทำให้ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสืบสวนหาความจริงว่าใครเป็นผู้กระทำ ผิ ด

ตอนนี้ผ่านมาแล้วกว่า 2 เดือน ยังไม่สามารถจับตัวคนร้ายได้ แต่ทว่าจากการสอบสวนและสืบคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ทำให้สังเขปตัวผู้ต้องสงสัยได้ โดยก่อนหน้านี้ ตร.กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐาน ชายสติไม่ดี ต้องสงสัยเกี่ยวข้องการเสียชีวิตน้องชมพู่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่พยายามสอบถามชายคนนี้ถึงสถานที่อยู่ระหว่างที่เกิดเหตุ โดยทางเจ้าหน้าที่พยายามถามถึงที่มาของเสื้อเด็กว่าลุงได้มายังไง แต่ทว่ายังไม่ได้คำตอบที่แน่ชัด

ก่อนหน้านี้ น.ส.สาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่น้องชมพู่ เผยคดี น้องชมพู่ คืบหน้าไปแล้ว 70% ส่วนที่มองว่าพ่อแม่มีส่วนรู้เห็นในการเสียชีวิต ตนมองว่าทุกคนมีสิทธิ์คิด ที่จะตั้งข้อสงสัย แต่อยากให้เห็นใจ หัวอกแม่ที่นอกจากจะสูญเสียลูกแล้ว ยังต้องมาตอบคำถามที่ฟังเหมือนไม่ใช่คำถาม แต่เป็นคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม

ล่าสุด อ.ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาธนบุรี เปิดเผยว่า คดีของน้องชมพู่ค่อนข้างจะยาก เพราะเป็นคดีความที่ไม่มีต้นน้ำ มีแต่ปลายน้ำ คือ อยู่ดี ๆ มีเด็กสูญหาย แล้วทุกคนก็ช่วยกันออกค้นหาจนเจอศพ

จากการที่ให้ชาวบ้านเดินค้นหาร่วมกับเจ้าพนักงาน อาจะไปทำลายร่องรอยหลักฐานที่สำคัญได้ ทั้งญาติพี่น้อง หรือชาวบ้าน อาจะเข้าใกล้ที่เกิดเหตุเกินไป แม้จะเป็นไปด้วยความหวังดีก็ตาม ซึ่งโดยปกติจะต้องมีการนำเส้นมากั้นในจุดที่พบหลักฐาน อย่างไรก็ตามตนไม่อยากกล่าวโทษใคร ซึ่งความสำคัญยังอยู่ที่ผลการชันสูตรพลิกศพน้องชมพู่ ว่าถูกบีบคอหรือล่วงละเมิด จนตอนนี้ยังไม่มีใครทราบว่าน้องเสียชีวิตจากสาเหตุใด

ทั้งนี้ อ.ปรเมศวร์ ยังมองอีกว่าเรื่องเริ่มจะไปคนละทาง มีการตรวจดีเอ็นเอทั้งสุนัข แมว หรือแม้แต่นักข่าว แต่ก็เชื่อว่าเจ้าหน้าที่อาจพุ่งเป้าไปที่อะไรบางอย่าง และน่าจะมีแนวทางที่คิดไว้อยู่ แต่ยังไม่ชัดเจน เพราะยังต้องเรียกมาสอบอีกหลายครั้ง ทั้งที่หากมีพยานหลักฐานชี้เป้าเกิน 40% ก็อาจจะออกหมายจับได้แล้ว

นอกจากนี้ความยากอีกอย่างหนึ่ง คือในคดีนี้มีทั้งพระสงฆ์ หมอดู หมอผี ออกมาพูดกันคนละทิศ ทำให้พยานเกิดความไขว้เขว ตลอดจนการนำเสนอข่าวอาจมีส่วนทำลายสมาธิของเจ้าพนักงานและพยาน ตนมองว่าหากครบ 60 วันแล้วยังไม่พบ อยากแนะนำให้สื่อมวลชนหยุดนำเสนอ เพื่อให้ตำรวจมีสมาธิในการทำงาน

ตนไม่รู้ว่าทางตำรวจมีหลักฐานอะไร ในอีกมุมมองหนึ่งก็อาจเป็นลูกหลอกเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เพื่อทำให้คนร้ายชะล่าใจก็เป็นได้ และเชื่อว่าจะไม่มีการจับแพะเด็ดขาด

ขณะที่ทาง นายพิเชษฐ์ สุขสบาย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูผายล ได้เปิดเผยกับทีมข่าวเรื่องระยะทางที่แท้จริงจากบ้านของน้องชมพู่ ไปยังจุดพบศพบนภูเหล็กไฟ ซึ่งก่อนหน้านี้มีข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ว่าระยะทาง 5 กิโลเมตร แต่ชาวบ้านมองว่าอาจไม่ถึง ซึ่งนายพิเชษฐ์ชี้ว่า จุดพบศพน้องชมพู่ ถ้าวัดพิกัดจากจีพีเอสจากบ้านของน้อง มีระยะทาง 1.2 กิโลเมตร แต่จีพีเอสเป็นการวัดระยะทางเเนวราบจากเเผนที่ ส่วนภูเหล็กไฟมีลักษณะสูงชันสลับขึ้นลง ดังนั้นระยะทางการเดินเท้า จึงอยู่ที่ประมาณ 2 กิโลเมตร

โดยลักษณะของภูเหล็กไฟที่ขึ้นไป เป็นภูเขาหินลาดชันที่มีทางราบเป็นจุดพักประมาณ 6 ชั้น จุดที่พบศพน้องชมพู่อยู่ชั้นที่ 4 ซึ่งจากการประเมินสภาพพื้นที่ภูเหล็กไฟ ยืนยันว่าเด็กไม่สามารถเดินขึ้นมาเองได้แน่นอน เพราะแม้แต่ผู้ใหญ่เองก็ยังขึ้นลำบาก

ขอบคุณข้อมูลจาก รายการทุบโต๊ะข่าว