เพื่อนโผล่เเฉ วีรกรรมสะดิ้ง ที่ทำกับน้องชมพู่

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ชาวเน็๖ต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก เรียกว่ายังตามกันต่อเนื่องสำหรับกรณีของ การหายตัวของ เด็กหญิงอรวรรณ วงศ์ศรีชา หรือ น้องชมพู่ อายุ 3 ปี สูญหายจากบ้านพัก หมู่ 2 บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. 63 จนกระทั่งพบศพอยู่กลางป่าบนภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้าน 4-5 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่เร่งเก็บหลักฐานหาตัวคนร้าย ซึ่งคาดว่าเป็นคนในหมู่บ้าน

สืบเนื่องจากกรณีดังกล่าวในรายการทุบโต๊ะข่าวอมรินทร์ได้มีการไปสัมภาษณ์เปิดใจ น้องแจน โดยเจ้าตัวได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า น้องแจนตื่นมาพบว่าน้องชมพู่ตื่นก่อนแล้วถัดมาเวลา 07.00 ถึง 08.00 น. น้องแจนบอกว่า ตนนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือภายในบ้านและเห็นน้องชมพู่วิ่งเล่นบนถนน บริเวณหน้าบ้านตลอด

ต่อมา น้องแจน บอกกว่า ช่วงเวลา 08.30 น. ได้พาน้องสาวออกไปซื้อน้ำส้มที่ร้านชำของนายแต ก่อนเดินกลับเข้ามาที่บ้านตามปกติเหมือนกับทุก ๆ วันกระทั่งในช่วงเวลา 08.50 ถึง 09.01 น. น้องแจน บอกว่า ตนนอนเล่นโทรศัพท์มือถือที่แคร่หน้าบ้านและเห็นชมพู่นั่งเล่นดินที่บ้านน้าจุไรภรณ์ ก่อนจะเผลอหลับไป

ล่าสุดวันที่ 9 กรกฎาคม 63 ลงพื้นที่ไปที่บ้านกกกอก จ.มุกดาหาร ได้มาพูดคุยกับหนึ่งในแก๊งจำปาใหญ่ ซึ่งเล่นอยู่ที่ต้นจำปาในวันที่ 11 พ ค 63 ที่น้องชมพู่หายตัวไปนั้น โดยแก๊งต้นจำปาเล่าว่า ตอนที่ตนเองเล่นที่ต้นจำปา ประมาณ 6 คน ตนก็ไม่ได้เห็นคนร้ายแต่อย่างใด ไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนที่ การก้าวเดินของคนร้าย กระทั่ง น้องสะดิ้งมาสอบถามพวกตนว่าเห็นน้องชมพู่มั้ย น้องชมพู่หายไป วันนั้นตนคิดว่าน้องสะดิ้งน่าจะไม่ได้หลับ แต่นอนเล่นโทรศัพท์หันหลังให้น้องชมพู่และขอยืนยันว่า ตนไม่เห็นลุงพลและรถลุงพลแต่อย่างใด

เมื่อสอบถาม น้องเชอรี่ (นามสมมติ) เผยว่า ตนเห็นว่าน้องสะดิ้งนอนอยู่บนแคร่ ลักษณะคว่ำหน้า โดยไม่มีหมอนแต่ไม่รู้ว่านอนหลับหรือไม่ เท่าที่เห็นเหมือนหลับ และตนเห็นน้องชมพู่เล่นตรงหน้าบ้านน้าต่ายจริง

โดยเห็นเล่นคนเดียว เล่นกับผลมะม่วง เล่นตรงกองดิน โดยตนก็ไม่เห็นใคร ทั้งเข้าออก ตนไม่เห็นผู้ใหญ่ที่สวมเสื้อสีส้ม ไม่เห็นญาติ ๆ คนไหน ไม่รู้มีใครเข้ามาไหม ตนเห็นตอนสะดิ้งนอนแค่ครั้งเดียว และไม่ได้หันไปดูอีก หลังจากนั้นค่อนข้างนาน กว่าสะดิ้งจะเดินมาถามพวกตน ที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครพูดถึงเรื่องการห้ามบอกเรื่องสะดิ้งไม่ได้นอนหลับ เพื่อนๆแก๊งจำปาก็ไม่ได้บอกตน

จนกระทั่งเมื่อคืนนี้ เพื่อนในแก๊งจำปาคนหนึ่งเล่าให้ตนฟังว่า ถูกสั่งห้ามเรื่องการบอกว่าสะดิ้งตื่นหรือหลับ ตนเป็นคนเดียวที่ช่วยเดินตามหาน้องชมพู่กับสะดิ้งในครั้งแรก ตนก็เดินร้องเพลงเดินไปเรื่อย ๆ เพราะสะดิ้งพาร้องเพลง ซึ่งสะดิ้งก็ดูซึมๆเท่าที่ฟังสะดิ้งไม่ได้ดูแปลก มีแต่พูดว่า น้องหายแม่จะดุ

ได้มาพูดคุยกับ ด.ญ.บลู (นามสมมติ) หนึ่งในแก๊งจำปา ที่เล่นบริเวณต้นจำปาในวันที่น้องชมพู่หายตัวไป เปิดเผยข้อมูลสำคัญกับทีมข่าวอมรินทร์ทีวีว่า วันที่น้องชมพู่หายตัวไป น้องสะดิ้ง พี่สาวของน้องชมพู่ ไม่ได้นอนหลับแต่อย่างใด เท่าที่ตนเห็นสะดิ้ง เขาจะนอนคว่ำหน้า เล่นโทรศัพท์อยู่ที่แคร่หน้าบ้านตนเอง

หลังจากน้องชมพู่หายตัวไปได้ 1 วัน ประมาณวันที่ 12 พ ค 63 สะดิ้งได้มาพูดกับตนว่า แม่ของพี่สะดิ้ง บอกพี่สะดิ้งให้โกหกนักข่าวว่าสะดิ้งนอนหลับ และสะดิ้งก็ขอให้ตนกลับคำให้สัมภาษณ์ โดยโกหกนักข่าวว่าสะดิ้งนอนหลับตอนที่น้องชมพู่หายตัวไป ทั้งที่วันนั้นสะดิ้งไม่ได้นอนหลับแต่อย่างใด

ด.ญ.บลู เล่าอีกว่า ตนเก็บเรื่องนี้มานาน ไม่กล้าแม้กระทั่งบอกคนในครอบครัว เพราะรู้สึกกลัวจะมีปัญหากับสะดิ้ง ตนเพิ่งตัดสินใจบอกเรื่องนี้กับแม่ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ตอนนี้ตนก็รู้สึกสบายใจขึ้น ที่ได้ออกมาพูดความจริง

ด้านนางแดง (นามสมมติ) แม่ของ ด ญ บลู ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวว่า เมื่อประมาณต้นเดือนกรกฎาคม 63 ลูกสาวได้มาบอกกับว่านางสาวิตรีแม่ของน้องสะดิ้ง ได้ให้ลูกสาวมาบอกกับแก๊งจำปาทุกคนว่า ตอนที่น้องชมพู่หายตัวไป สะดิ้งนอนหลับอยู่ ทั้งที่ ด.ญ.บลู ก็เห็นว่าช่วงเวลานั้น สะดิ้งยังนอนเล่นโทรศัพท์ที่แคร่หน้าบ้านอยู่เลย

ตอนแรกตนก็ไม่ได้คิดสงสัยนางสาวิตรี จนมาถึงตอนนี้ ตนเริ่มเกิดความสงสัยว่าทำไมถึงบอกลูกสาวแบบนั้น มีอะไรเป็นความลับหรือไม่ หรือถ้าคิดในทางที่ดี ตนก็คิดว่านางสาวิตรี แค่อยากให้สะดิ้งพูดแบบนั้นไปก่อน

ระยะเวลาการหลับ ของนองสะดิ้ง 10 พฤษภาคม เวลา 21.00 น. ได้เวลาเข้านอน ต่อมา 11 พฤษภาคม เวลา 06.00 น. ตื่นนอนและเผลอหลับไปอีกทีช่วงเวลา 08:50 น. ก่อนจะตื่นอีกครั้งในเวลา 09:01 น.

พ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช ฉายาสารวัตรแรมโบ้ อดีตผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ และอดีตสารวัตรกองปราบนครบาล มองว่า กรณีที่แม่สั่งให้น้องสะดิ้ง ไปบอกเด็กๆแก๊งจำปาว่า หากนักข่าวมาถามให้บอกว่าสะดิ้งนอนหลับ ทั้งที่จริงแล้วไม่ได้หลับ แต่นอนเล่นมือถือนั้น มีผลทางคดีอย่างแน่นอน การที่เด็กๆแก๊งจำปามาบอกผู้ปกครอง บ่งบอกว่า เด็กๆรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องชมพู่ และจะไม่ยอมตกเป็นเครื่องมือใคร

ตนจึงอยากให้ตำรวจ ตรวจDNA แม่พ่อน้องสะดิ้ง และน้องชมพู่ ความเกี่ยวพันทางครอบครัวเป็นอย่างไร มีความสัมพันธ์กันอย่างไรบ้าง ตอนนี้คดีถึงทางตัน แม่ของน้องชมพู่ น่าจะออกมาพูดความจริงว่า วันนั้นเกิดอะไรขึ้น ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย คนเราโกหกคนอื่นได้ แต่โกหกตัวเองไม่ได้

ประเด็นเรื่องที่มีพยานพบเห็น ผู้ต้องสงสัยในที่ต่าง ๆ มีหลายคดีทั้งในประเทศ และต่างประเทศ มีคนร้ายจัดฉาก ทั้งที่ตนฆ่าและสั่งการ เมื่อฆ่าแล้วไปปรากฎตัวในที่ชุมชน และคนเยอะๆเพื่อจัดฉากว่า ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ รวมทั้งยังมีบางคดีที่ต่างประเทศ เช่น พ่อแม่สงสัยว่าลูกนั้น ไม่ใช่ลูกของตัวเอง เป็นลูกของชู้ จนเกิดการทะเลาะกัน จนฆ่าเด็กตายก็มีมาแล้ว เพราะระแวงว่าลูกนั้นเป็นลูกของคนอื่น

หนึ่งในแก๊งจำปาใหญ่ ระบุว่าขณะที่ตนมาถึง เท่าที่จำได้เห็นน้องชมพู่นั่งอยู่บนแคร่หน้าบ้าน โดยนั่งเล่นคอมอยู่ ส่วนพี่สาวนั่งเล่นโทรศัพท์บนแคร่เช่นกัน ตอนนั้นพวกตนก็ไม่ได้สนใจอะไร ก็เล่นอยู่ที่ต้นจำปา

จนกระทั่งน้องก๊วยเจ๋ง ลูกของน้าจุไรภรณ์ ปั่นจักรยานมาเล่นกับพวกตน และตะโกนไปหาที่พี่สาวน้องเพื่อชักชวนกันมาเล่น ซึ่งพี่สาวน้องบอกให้พวกตนเล่นกันไปก่อน โดยตอนนั้นเท่าที่เห็น เห็นเพียงพี่สาวน้องเพียงคนเดียว ยังนั่งเล่นที่แคร่ ส่วนน้องชมพู่ไม่แน่ใจไปไหนแล้ว

ขณะที่ น้องแพร เล่าว่า ขณะนั้นตนก็เห็นพี่สาวชมพู่เช่นกัน โดยไม่แน่ใจว่าผ่านไปนานหรือยัง ตนเห็นพี่สาวชมพู่นอนอยู่บนแคร่ โดยไม่ได้เล่นอะไร คาดว่าน่าจะหลับ

โดยที่แคร่มีโน้ตบุ๊กวางอยู่ ลักษณะปิดฝาเอาไว้ ตนก็มองไปทะลุต้นไม้หน้าบ้านชมพู่ ไปถึงบ้านนางจุไรภรณ์ ซึ่งยังเห็นชมพู่นั่งเล่นอยู่หน้าบ้านน้าจุไรภรณ์ เท่าที่เห็นคือเล่นดินทรายอยู่ โดยไม่ได้เห็นว่ามีของเล่นหรือไม่ ตอนนั้นเห็นน้องชมพู่เล่นอยู่คนเดียว พี่สาวก็หลับ ซึ่งตนยืนเกาะอยู่ตรงต้นจำปาพอดี ส่วนเพื่อนคนอื่น ๆ ก็กำลังกระโดดยางอยู่กลางถนน

จากนั้น สักระยะหนึ่ง ตนไม่ทราบกี่นาที พี่สาวน้องชมพู่ก็เดินมาหาตน มาสอบถามหาน้องชมพู่ว่าเห็นบ้างหรือไม่ ซึ่งพวกตนก็ยืนยันว่าไม่เห็น จึงพากันออกตามหา ส่วนตัวไม่ทราบว่าชมพู่หายไปได้อย่างไร พวกตนก็ยังงง ยังแปลกใจ ซึ่งขอยืนยันว่าไม่เห็นใครเข้าออกซอย ไม่มีคนแปลกหน้า คนที่อยู่ตอนนั้นก็มีบ้านแอ๋ม ช่างวา ช่างโด่ง ส่วนบ้านน้องชมพู่ บ้านน้าจุไรภรณ์ บ้านตรงข้ามน้องชมพู่ ไม่มีคนอยู่เลย

ต่อมา ทีมข่าวเดินทางมาพบกับ นางสมพร วิภา (ป้าแต๋น) เปิดเผยว่า เรื่องน้องสะดิ้งย้อนให้ฟังวันที่ 11 พฤษภาคม 63 น้องสะดิ้งมาหาตนที่บ้าน บอกว่าหลับ ตื่นมาก็ช่วงเวลา 09:00 น.แล้ว ซึ่งน้องสะดิ้งบอกแบบนั้น เรื่องที่แก๊งจำปาออกมาให้ข้อมูล ตนยังไม่ได้รู้เรื่อง แต่หากเห็นว่าตื่น แล้วมีการสั่งห้ามบอกความจริง ตนก็คิดว่าแปลก ส่วนตัวไม่เคยทราบเรื่องมาก่อน ตนยังคงเชื่อตามที่น้องสะดิ้งบอกว่าเขาหลับ ตนไม่รู้เจตนา เขสจะโกหกทำไม

นายชาญ (ตาชมพู่) เปิดเผยว่า หลังจากที่นางสาวิตรี สูญเสียน้องชมพู่ไปนั้น เขาก็สะเทือนใจและลำบากอย่างมากเพราะไม่มีเงิน แม้แต่เงินซื้อกับข้าวก็ยังไม่มี ช่วงแรกๆตอนที่ไม่มีใครมาช่วยเหลือก็ต้องเอาเงินจากญาติๆไปใช้จ่ายก่อน เมื่อมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือก็ทำให้ภาระเบาลง

สำหรับกรณีที่แม่ของน้องชมพู่ซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่นั้น ตนได้ยินมาว่า โทรศัพท์เครื่องเก่านั้นเสีย เนื่องจาก ความจำเต็ม จึงไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่มาใช้ เนื่องจาก มีความจำเป็นต้องใช้จริงๆ

ขอบคุณเรื่องราวจาก อมรินทร์ทีวี