ลุงพล ร่ำไห้กราบที่ตักแม่ พูดความจริงในใจ ชัดเจน ฆ่า ไม่ฆ่า

ยังคงได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง จากกรณีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่เสียชีวิตบริเวณป่าภูเหล็กไฟ บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ขณะนี้ยังไม่สามารถจับคนร้าย เนื่องจากหลักฐานไม่ครบถ้วน มีเพียงแต่ ผลตรวจดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยตอนนี้ออกแล้ว หลังตำรวจเก็บเส้นบางอย่างใกล้จุดพบศพน้องชมพู่ ลักษณะคล้ายเส้นผมหรือเส้นขน แต่ตำรวจไม่สามารถเปิดเผยได้ และไม่แน่ชัดว่าผลการตรวจนี้จะสามารถนำไปสู่การออกหมายจับได้หรือไม่

น้องชมพู่

ล่าสุดนายไชย์พล วิภาพ และนางสมพร หลาบโพธิ์ ลุงกับป้าของน้องชมพู่ พร้อมด้วยน้องน้ำมนต์ และน้องโอม ลูกชาย 2 คน เดินทางมาที่ อ.วานรนิวาส จ.สกลนคร เพื่อเดินทางมาบ้านเกิดของลุงไชย์พล เพื่อกราบมารดา เนื่องจากหลังเป็นข่าวถึงกับกินข้าวไม่ได้

ซึ่งพอเจอกัน ได้ร่วมรับประทานอาหารกัน โดยชาวบ้านและญาติ ๆ ที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกว่า 10 คน เมื่อทราบข่าวลุงไชย์พล เดินทางกลับมา ก็เดินทางมาหาที่บ้านเพื่อให้กำลังใจกัน ในจังหวะที่มีการรับประทานอาหาร ก็มีการพูดคุยกันตามประสาแม่ลูก โดยลุงไชย์พลมีการเข้าไปติดกระดุมเสื้อให้กับแม่ เนื่องจากกลัวภาพของแม่จะไม่เรียบร้อย

ด้าน นางพา วิภา มารดาลุงพล ระบุว่า ตนติดตามข่าวของลูกชาย ยอมรับว่าเครียด เห็นข่าวก็ห่วงและสงสารลูก ส่วนตัวได้โทรศัพท์พูดคุยกับลูกอยู่ตลอด ยอมรับว่ากินข้าวไม่ค่อยได้ในช่วงที่เป็นข่าว โดยเฉพาะลูกชายถูกเพ่งเล็ง อย่างไรก็ตามตนยืนยันได้ว่าลูกชายคนนี้ไม่ได้ก่อเหตุ ลูกไม่ใช่คนร้าย น้องชมพู่ก็เคยมาที่บ้านตน มานอนบ้านตน ตั้งแต่น้องชมพู่ยังเล็กมาก ซึ่งลูกชายตนก็รักน้องชมพู่ ไม่มีทางไปทำร้ายได้ เพราะลูกชายไม่เคยมีประวัติจะไปทำร้ายใคร ตอนที่ยังเล็กก็เป็นเด็กดี และไม่สร้างปัญหาให้กับครอบครัว

หลังจากนั้นลุงไชย์พล ได้เข้าไปคุกเข่าต่อหน้านางพา ซึ่งนั่งอยู่กับพื้นหน้าบ้าน จากนั้นได้ก้มลงกราบที่ตัก โดยแม่ลุงไชย์พลก็ให้กำลังใจ ขอให้เข้มแข็ง ให้พูดน้อย ๆ เพราะคนดีกลายเป็นคนชั่วก็มีมาก ซึ่งนางพา ใช้มือลูบหัวลูกชาย ก่อนจะกอดกัน ซึ่งจังหวะนี้ทั้งคู่ก็น้ำตาไหลออกมา โดยลุงไชย์พล บอกให้แม่เข้มแข็ง

จากนั้นนางพา ได้พาลูกชายไปที่ศาลหลักบ้าน นำขันธ์ 5 ธูปเทียน จุดและกราบที่ศาลหลักบ้าน โดยขอให้ปกปักรักษาลุงไชย์พล ให้ผ่านพ้นเรื่องนี้ไปได้

ลุงพลและป้าแต๋น ให้สัมภาษณ์หลังจากทำพิธีเสร็จ โดยมีการเอาลูก ๆ 2 คนมาโอบเอวเอาไว้ ซึ่งช่วงนี้ก็น้ำตาคลอเบ้า ระบุว่า ตนตั้งใจเดินทางมาหาแม่นานแล้ว แต่ไม่กล้าไป เพราะกลัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะกล่าวหาว่าตนออกนอกพื้นที่ จนถึงวันนี้ตัดสินใจเดินทางมา ส่วนตัวรู้สึกสบายใจมากขึ้น หากหลังจากนี้อะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องปล่อยให้เกิด ตนพร้อมจะสู้เพื่อความบริสุทธิ์ของตัวเอง และยังยืนยันคำเดิมว่าตนบริสุทธิ์

ด้าน นางสมพร ระบุว่า ถึงแม้บ้านของตนจะอยู่ออกไปนอกบ้าน แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับพี่น้อง ยังไปมาหาสู่กัน เพราะขณะน้องชมพู่ยังมีชีวิต ตนก็ยังเลี้ยงหลาน หลังจากนี้อะไรจะเกิดก็ต้องให้เกิด เพราะเราบริสุทธิ์ใจทั้งการกระทำและความรู้สึก หลังจากนั้นลูกชายของลุงไชย์พล ก็ได้โอบกอดลุงไชย์พลไปที่รถ โดยมีช่วงหนึ่งที่ลูกชายให้กำลังใจว่า“สู้ ๆ นะครับพ่อ

ขณะเดียวกันสิ่งที่น่าจับตา คือ มีรายงานว่า วันที่ 16 มิ.ย.เจ้าหน้าที่ ได้เก็บ ดีเอ็นเอ ใหม่ทั้งหมด รวมทั้งครอบครัวน้องชมพู่ด้วย ส่วนพ่อได้เก็บไปแล้วเลยไม่ต้องเก็บใหม่ รวมทั้งยังรายงานว่าวันนี้ ตำรวจจะนำตัวพ่อแม่น้องชมพู่ เข้ากรุงเทพฯ แต่ไม่ทราบว่ามาด้วยสาเหตุอะไร

ขอบคุณที่มาจาก รายการ ทุบโต๊ะข่าว , ข่าวไทย