เปิดจดหมายสารภาพบาป ลูกวัย 16 ปี แทงแม่ปางตาย อ่านแล้วน้ำตาซึม

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สุดหดหุ่ใจในสังคม จากกรณีของเด็ก 16 ปี แทงแม่สาหัส เข้ามอบตัวแล้ว สารภาพต้องการฆ่าแม่ให้ตาย เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตที่เป็นอิสระไม่มีใครบังคับ แต่สำนึกผิด เพราะแม่บอกให้หนีไป จึงรู้ว่าแม่รักตัวเองมาก

ความคืบหน้ากรณีลูกชายอายุ 16 ปี ใช้มีดกระหน่ำแทงแม่แท้ๆ ของตัวเองจำนวน 12 แผล บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อช่วงตี 3 คืนวานนี้ ที่บ้านหลังหนึ่งใน จ.สงขลา หลังจากที่แม่เพิ่งกลับจากต่างประเทศมาพักอยู่ที่บ้านได้เพียง 10 วัน แต่ในเบื้องต้นยังไม่มีใครรู้ถึงสาเหตุหรือแรงจูงใจ เพราะทั้งคู่ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันแต่คาดว่าน่าจะมาจากการติดเกมรุนแรงและที่ผ่านมาก็อยู่กับยาย อายุ 70 ปี เพียงลำพัง

นอกจากนี้ เด็กชาย อายุ 16 ปี ยังได้เขียนบันทึกขึ้นมาฉบับหนึ่งด้วยลายมือเพื่อเล่าเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุให้ฟังว่า “เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2563 เวลาประมาณ 5 ทุ่ม แม่เข้านอน จากนั้นผมก็ใช้ผ้าพยายามปิดตาปิดปากแม่ และใช้มีดแทงท้องแม่ไม่ยั้งมืออย่างขาดสติ และจะเอาชีวิตแม่ให้ได้ แม่พยายามดิ้นหันหลังให้ และผมก็แทงซ้ำที่หลังแบบไม่ยั้งมือ ผมพยายามถีบแม่ ในขณะที่แม่พยายามยืนทำให้ผมลื่นเลือดแม่”

“จากนั้นแม่ก็พูดกับผมว่าจะฆ่าแม่จริงหรือ ผมก็ไม่ฟังและคิดว่าภาระของตัวเองสำคัญกว่า และแม่ก็พูดกล่อมจนผมได้สติ และยังบอกรักผมในขณะที่เลือดอาบ ผมก็หยุดและถือมีดไว้เพราะกลัวแม่จะทำร้าย จึงไปวางมีด ผมตัดสินใจออกจากบ้านไม่ใช่เพราะกลัวความผิดแต่ผมไม่มีหน้าจะอยู่บ้านอีกแล้ว ผมบอกกับแม่ว่าผมอยู่ต่อไปไม่ได้ แม่ก็ช่วยผมหนีและให้ผมรีบๆ ไป ทำให้ผมคิดได้ว่าแม่รักผมขนาดไหน ผมรีบวิ่งออกจากบ้านด้วยความลุกลี้ลุกลน และความคิดผมก็เปลี่ยนจากเกลียดเป็นสำนึกผิดคิดจะกลับมารับความผิดที่ตัวเองทำ”

สำหรับคดีนี้มีสาเหตุมาจากลูกต้องการที่จะกำจัดแม่ออกไปจากชีวิตตัวเองเพื่อไม่ต้องการฟังคำสั่งจากแม่ เพราะคิดว่าถ้าไม่มีแม่แล้วชีวิตตัวเองจะมีอิสระทำอะไรก็ได้ ซึ่งมูลเหตุส่วนหนึ่งก็มาจากการดูเกมออนไลน์และการชักชวนของเพื่อน และพบว่ามักจะมีพฤติกรรมงมงายทับถมเลียนแบบเกมซ้ำๆ แบบนี้มาตลอด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีฐานพยายามฆ่าบุพการี และจะประสานเจ้าหน้าที่ทีมสหวิชาชีพมาร่วมสอบสวนเนื่องจากผู้ต้องหายังเป็นเยาวชน และต้องดูแลในเรื่องของสภาพจิตใจด้วย ก่อนที่จะนำตัวส่งศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสงขลาต่อไป

ขอบคุณ ทีนิวส์